วันอังคาร , กันยายน 16 2014
วิธีการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์

วิธีการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์

วิธีการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์

รถหายต้องทำอย่างไร ?

 

รถหาย ให้รีบแจ้งรายละเอียด แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ ทราบโดยเร็ว หรือโทรหมายเลขพิเศษ “1192″(ศปร.ตร.) ตลอด24ชั่วโมง เพื่อความรวดเร็วในการติดตามสกัดจับคนร้าย และเพื่อความรวดเร็วในการกระจายข่าวสาร, ข้อมูลของรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือ ตำรวจทางหลวง, ตำรวจตระเวนชายแดน, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน, กองกำลังบูรพา, กองกำลังป้องกันชายแดน จันทบุรีและตราด

วิธีที่โจรใช้โจรกรรมรถยนต์

ก่อนโจรกรรม ฝ่ายโจรกรรมรถ หรือ แก๊งค์ หรือ คนร้ายลักรถจะต้องทราบ ความต้องการ ของฝ่ายผู้สั่งซื้อ หรือนายหน้าส่งออก ว่าต้องการรถอะไร ยี่ห้อ รุ่น ขนาด สี หรือที่เรียกกันว่า “ใบสั่ง” ฝ่ายโจรกรรมรถก็จะออกตระเวน ไปในที่ต่าง ๆ เพื่อหารถตาม ใบสั่ง ส่วนมาก จะหาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพราะมีรถตามที่ต้องการมาก วิธีการโจรกรรม มีอยู่หลายวิธี ทั้งวิธีการเก่าๆ และที่ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ผสมผสานกัน หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า คนร้ายได้ศึกษาวิธีการ และกลไกการป้องกัน การโจรกรรมรถ ของเจ้าของ และฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกวิถีทาง วิธีการโจรกรรมรถของคนร้าย พอประมวลได้ดังนี้

งัดหูช้าง :

คนร้ายจะใช้เครื่องมืองัดหู ช้างออก แล้วเอามือล้วงเข้าไปเปิดสลัก หรือค้นล็อกประตู เปิดประตูรถเข้าไป แล้วใช้ไขควงงัดกระปุกกุญแจสตาร์ทออก ต่อไฟตรง เพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับหลบหนีไป

ใช้กุญแจปลอม :

คนร้ายจะทำกุญแจเลียน แบบกุญแจของรถชนิดที่ต้องการลัก ไว้หลาย ๆ ขนาด (รอยหยัก) แล้วเลือกลองใช้ทุกดอกที่ทำไว้ ถ้าเปิดประตูรถได้ คนร้ายก็จะเปิดประตูแล้วติดเครื่องยนต์ขับหลบหนีไป

ลอกแบบกุญแจ :

คนร้ายจะใช้วิธีสร้างความสนิท ชิดชอบกับเด็กบริการล้าง อัดฉีดรถ ตามสถานบริการจำหน่ายน้ำมัน แล้วว่าจ้างให้เอาดินน้ำมัน พิมพ์แบบกุญแจรถ ของจริง ตามที่มีผู้สั่งซื้อไว้ โดยมีค่าจ้างในการจัดทำ คันละ 200 – 250 บาท โดยเด็กบริการล้างอัดฉีด จะเก็บแบบพิมพ์กุญแจดิน น้ำมัน พร้อมจดหมายเลขทะเบียนรถคันนั้น ไว้ให้ด้วย ต่อจากนั้น คนร้ายจะไปว่าจ้าง ร้านทำกุญแจทั่วไป ทำกุญแจปลอมตามแบบพิมพ ์ในราคาดอกละ 10 – 20 บาท เมื่อได้กุญแจแล้ว ก็จะออกตระเวน ติดตามรถคันดังกล่าว เพื่อโจรกรรม

สร้างกุญแจ :

คนร้ายจะทำกุญแจในแบบและรูปทรง ต่าง ๆ โดยไม่มีรอยหยัก ของรถตามชนิดที่ต้องการ (ระบุไว้ในใบสั่งซื้อ) แล้วเอาน้ำหมึกอินเดียอิ้งค์สีดำ ทาไว้ปล่อยให้แห้งสนิท เมื่อพบรถที่ต้องการ คนร้ายจะเอากุญแจแบบรูปทรงที่ทำไว้ สอดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ แล้วบิดหมุน เพื่อให้เกิดร่องรอย ที่น้ำหมึกอินเดียอิ้งค์ ดึงเอากุญแจออก นำไปเซาะร่อง ตามรอยที่ปรากฏอยู่ เมื่อวัดทำกุญแจเรียบร้อยแล้ว คนร้ายก็จะออกติดตามรถคันนั้น เมื่อสบโอกาสจะทำการโจรกรรมทันที

ใช้ลวดเกี่ยวปุ่มล็อกประตูรถ :

รถบางชนิดไม่ มีหูช้าง คนร้าย จะใช้วิธีดึงกระจกที่บานประตูให้เผยอเพียงเล็กน้อย และถ้าเจ้าของปิดกระจกไม่สนิท ก็ยิ่งเป็นโอกาส ให้เกิดความสะดวก แก่คนร้ายมากขึ้น ต่อจากนั้น คนร้ายจะใช้ลวด ทำเป็นห่วงที่ปลาย สอดเข้าไป ดึงปุ่มล็อกประตูออก เปิดประตูเข้าไปในรถ ต่อไฟฟ้าสายตรง สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับ หลบหนีไป

ใช้ไขควงฉาก :

คนร้ายจะทำไขควงชนิดหน้าแบน ขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต (รวมความยาวของด้าม) ที่ตอนปลายไขควง ตรงความยาวประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวไขควง ดัดงอเป็นมุมฉาก ใช้ปลายไขควง สอดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ งัดอย่างแรง กระปุกกุญแจประตู จะแตกและหลุดออกมา สามารถเปิดประตูรถ เข้าไปต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ แล้วขับหลบหนีไป

งัดฝาถังน้ำมัน :

มีรถหลายชนิดฝาถังน้ำมัน อยู่ภายนอก และกุญแจเปิดฝาถัง น้ำมัน กุญแจเปิดประตูรถ และกุญแจติดเครื่องยนต์ ใช้ดอกเดียวกัน คนร้ายจะใช้กุญแจเลื่อนขนาดใหญ่ งัดเอาฝาน้ำมัน ไปทำกุญแจ โดยอาศัยร่องรอย จากรูกุญแจของฝาถังน้ำมัน เมี่อทำเสร็จแล้ว จะได้ทั้งกุญแจไปไขประตูรถ และติดเครื่องยนต์

ใช้น้ำกรด :

คนร้ายจะใช้น้ำกรดใส่ขวด และมีลูกยางหรือเข็มฉีดยาพร้อมหลอด ดูดน้ำกรดจากขวดน้ำ ไปหยอดหรือฉีด เข้าไปในรูกุญแจประตูรถ น้ำกรดจะเข้าไปทำลายช่อง กุญแจ ทำให้สามารถเปิดประตูเข้าไปในรถได้ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ขับหลบหนีไป

เปิดกระจกหลังรถ :

คนร้าย จะใช้ไขควง งัดยางขอบกระจกหลังรถออก แล้วเปิดกระจกออกด้วยแรงดึง ซึ่งกระทำด้วยความชำนาญ คนร้ายหรือลูกมือที่ใช้วิธีการนี้ จะเคยเป็นช่างถอด หรือใส่กระจกมาก่อน เมื่อถอดกระจกออกได้แล้ว จะมุดตัวเข้าไปในรถ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ แล้วขับรถหลบหนีไป

ใช้เหล็กเขี่ยสลักล็อกประตู :

คนร้าย จะทำ เหล็กเป็นลักษณะแบนหรือกลม หรือใช้ไขควงตัวเล็ก ๆ แหย่เข้าไปในรู ใต้หูจับเปิดรถ แล้วเขี่ยสลักล็อกประตูรถ เปิดประตูเข้าไปในรถ ใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ ขับหลบหนีไป

ใช้กุญแจพิเศษ :

คนร้ายจะใช้เหล็กที่แข็งเป็น พิเศษ ทำเป็นหยักหรือร่องถี่ๆ มีขนาดความหนาเท่ากับกุญแจรถทั่ว ๆ ไป กุญแจพิเศษนี้มีความแข็งมากเป็นพิเศษ เมื่อใส่เข้าไปในรูกุญแจประตูรถแล้วบิดด้วยความแรง ความแข็งของกุญแจพิเศษจะงัดร่อง ในกุญแจประตูรถให้หักหรือไม่อยู่ในสภาพเดิม สามารถเปิดประตูเข้าไปในรถได้ ต่อไฟฟ้า สายตรงเพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับหลบหนีไป

ใช้คีมบิดยวงกุญแจ :

คนร้ายจะใช้คีมที่มี ความเหมาะสม ในการคีบยวงกุญแจประตู อาศัยแรงบีบที่แน่น และมั่นคง บิดด้วยความแรงดึงเอายวงกุญแจประตูรถออกไป แล้วนำไปจ้าง ช่างทำกุญแจปลอม เพื่อโจรกรรมรถคันนี้ต่อไป

ใช้กลอุบายรับจ้างขับรถ :

คนร้ายจะใช้วิธีการง่าย ๆ โดยไปรับจ้างเป็น คนขับรถตามสำนักงานจัดหางาน เมื่อได้รถแล้วก็จะขับรถให้นายจ้างประมาณ 6 – 7 วัน ได้โอกาสก็จะขับรถหลบหนีไป

จี้หรือชิงรถซึ่งหน้า :

คนร้ายประเภทนี้ จะใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ ปฏิบัติการครั้งละ 2 คน(ขับขี่ 1 คน และซ้อนท้าย 1 คน) ติดตามสะกดรอยรถ ตามใบสั่ง เมื่อเจ้าของรถหรือเหยื่อขับรถคนเดียว ไปจอด หรือผ่านไปในเส้นทางที่เปลี่ยว หรือลับตาคน คนร้ายก็จะใช้วิธีขับมอเตอร์ไซค์ไปเฉี่ยวรถของเหยื่อ เมื่อเหยื่อซึ่งเป็นเจ้าของรถหยุด รถลงตรวจสอบความเสียหาย คนร้าย จะใช้อาวุธปืนหรือมีดปลายแหลม จี้ให้ลงจากรถ และส่งกุญแจรถให้ คนร้ายก็จะขับขี่รถเอาไปซึ่งหน้า ทิ้งผู้เสียหาย (เจ้าของรถ) ไว้ในที่ เกิดเหตุ

มอมยาคนขับรถยนต์รับจ้าง :

คนร้าย จะแบ่งการ ทำงานออกเป็น 2 ขั้นตอนขั้นแรก คนร้ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จำนวน 4 – 5 คน จะไปว่าจ้างรถ ยนต์ (ตามใบสั่ง ที่ต้องการ) เพื่อไปเที่ยวน้ำตก หรือสถานท่องเที่ยว ในต่างอำเภอ หรือจังหวัด เสร็จงาน ก็จะจ่ายเงินให้คนขับตามปกติ ขั้นที่สอง เป็นห้วงระยะเวลา 4 – 5 วัน จากขั้นแรก คนร้ายชุดเดิม จะว่าจ้างรถไปเที่ยว เหมือนเดิม แต่จะนัดหมาย กับคนร้ายพวกเดียวกัน 1 – 2 คน ไปรอ ณ จุดที่กำหนด เพื่อรอรับรถ ใกล้บริเวณจุดที่กำหนด คนร้ายที่เป็นผู้หญิง จะพยายามหาโอกาส ในช่วงที่คนขับรถ รับประทานอาหารร่วมกัน ใส่ยานอนหลับ หรือยาชนิดอื่นที่ทำให้มึนเมาหมดสติลงไปในเครื่องดื่ม หรืออาหาร เพื่อมอมคนขับรถให้หมดสติ ต่อจากนั้น ก็จะส่งคนขับรถไปนอนที่โรงแรม ซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้า แล้วนำกุญแจรถให้ กับคนร้าย ซึ่งรออยู่แล้วขับรถหลบหนีไป วิธีการนี้ค่อนข้างจะ เป็นวิธีใหม่ในการโจรกรรมรถ

รถยนต์ที่มีล็อคพวงมาลัยอัตโนมัติ :

คนร้ายจะ ใช้เท้าถีบและใช้มือดึงพวงมาลัย ให้สลักล็อคพวงมาลัยหักหรือหลุด

รถยนต์ที่ใช้โซ่ล่ามพวงมาลัยกับคันเบรค :

คนร้ายจะใช้กรรไกรตัด เหล็กขนาด ใหญ่และคมตัดโซ่หรือทำลายกุญแจโดยการใช้น้ำกรดหยอดลงในรูกุญแจ แล้วใช้เหล็กงัดทำลายกุญแจ

รถยนต์ที่มีอุปกรณ์ล็อคคลัชและเบรค :

คนร้ายจะใช้วิธีทำลายกุญแจ แบบใช้น้ำกรดหยอด หรือเหล็กงัด หรือใช้วิธีตัดแผ่นรองเท้าที่คันคลัชและเบรคออก

รถยนต์ที่ติดตั้งสัญญาณส่งเสียง :

คนร้ายจะ ศึกษาล่วงหน้าว่าเจ้าของรถทำไว้ อย่างไร เช่น ติดตั้งสัญญาณไว้ที่ประตู ถ้าเปิดประตูสัญญาณจะดัง คนร้ายก็จะใช้วิธี ทุบกระจกประตู หรือถอดกระจกหลังรถเพื่อเข้าไปในรถโดยไม่ต้องเปิดประตู

รถยนต์ตัดสวิทซ์หรือตัดวงจรไฟฟ้า : คนร้ายก็ จะใช้วิธีศึกษาการใช้ของเจ้าของ รถมาก่อนทำการโจรกรรม ถ้าไม่สามารถทำได้ คนร้ายจะมีลูกมือเป็นช่างไฟฟ้า ทำงานในอู่ซ่อมรถมาก่อนเป็นผู้ดำเนินการต่อวงจรใหม่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสวิทซ์ ติดวงจรลับที่ทำไว้

วิธีป้องกันการโจรกรรมรถยนต์

ซื้อรถใหม่ :

หากท่านมีรถใหม่ ควรติดตั้งอุปกรณ์ กันขโมยรถยนต์เพิ่มเติม เช่น เปลี่ยนกุญแจใหม่ ติดตั้ง ชุดล็อคเกียร์ ล็อคครัช ล็อคพวงมาลัย และสัญญาณกันขโมย คนร้ายชอบขโมยรถใหม่ๆ เนื่องจาก ขายต่อได้ง่าย มีราคาสูง โดนเฉพาะ บรรดารถ ยอดนิยมต่างๆ อาทิ รถปิคอัพ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถเก๋งรุ่นใหม่ๆ เมื่อเจ้าของรถได้รถมาใหม่ มักยัง ไม่ติดตั้งอุปกรณ์กันขโมย เมื่อจอดไว้ใน ที่ไม่ปลอดภัย คนร้ายฉวยโอกาส โจรกรรมรถไปได้โดยง่ายๆ

ซื้อรถมือสอง :

เมื่อท่านจะตกลงซื้อรถมือสองเก่าจากเจ้าของ หรือจากผู้ขายตามเต็นท์ขายรถ ต้องขอหมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง และสำเนาทะเบียนรถ มาตรวจสอบ กับทะเบียนรถ ในท้องถิ่นที่ รถนั้นจดทะเบียนไว้เสียก่อน เพราะอาจเป็นรถที่ไม่ถูกต้อง หรือขโมยมาสวมทะเบียน เมื่อซื้อรถมาแล้ว ควรต้องเปลี่ยนกุญแจ และติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยเช่นเดียวกับรถใหม่ พึงระมัดระวัง ระลึกอยู่เสมอว่า คนร้ายจ้องรอโอกาส ขโมยรถของท่านอยู่

จอดรถต้องระวัง :

การจอดรถไม่ว่าจะจอดในที่ ส่วนบุคคล ที่สาธารณะ แม้จอดทิ้งไว้ ระยะสั้นหรือ นานเพียงใด เพื่อไปทำธุระ หรือทำงาน ก็ตาม ไม่ควรจอดไว้ห่างไกล ควรมีคนเฝ้า ดูแลหรือยาม รปภ. ก่อนทิ้งรถ ควรไปตรวจสอบ การล็อคกุญแจประตู และใช้ อุปกรณ์ กันขโมย ให้ครบถ้วน อย่าทิ้งทรัพย์สิน สิ่งของมีค่า ไว้ในรถ ล่อตาคนร้าย บางครั้งรถ ไม่หายแต่ ของหาย

จอดรถในบ้าน-นอกบ้าน :

- จอดรถในบ้านต้องเอาท้ายรถออกนอกบ้าน ล็อครถและใช้อุปกรณ์กันขโมย
- ติดตั้งโคมไฟให้ส่องสว่างให้มองเห็นทั้งในและนอกรั้วบ้าน หากจำเป็นต้องจอดรถ นอกบ้าน ควรจอดชิดขอบทางหน้าบ้าน ให้มองเห็นได้ ล็อคกุญแจและอุปกรณ์กันขโมย
- ควรร่วมมือกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยกันจ้างยามรักษาความปลอดภัย คอยดูแล และให้ทุกคนในบ้านช่วยกันดูแล ซึ่งกันและกันด้วย

หากมีความจำเป็นต้องจอดรถยนต์ ไว้บนถนนหน้าบ้าน : ควรมียาม รักษาความปลอดภัย เฝ้าดูแลรถ ตลอดเวลา โดยประสานความร่วมมือกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ใช้รถ และจอดรถไว้ในลักษณะเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือกันในเรื่องค่าจ้าง ของยามรักษาความปลอดภัย

ข้อควรระวังในการจอด
- อย่าจอดรถทิ้งไว้ค้างคืนบนถนน ไม่ว่าจะมีเครื่องป้องกันการโจรกรรมรถชนิดใดก็ตาม
- อย่าทิ้งกุญแจรถไว้ที่รถ เมื่อจอดรถลงไปทำธุระไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

ระวังการนำรถไปซ่อม-รับบริการ :

- แก็งค์คนร้ายอาจจะเป็นช่างซ่อมรถ หรือผู้ให้บริการตามอู่ซ่อมรถ หรือสถานบริการบำรุงรักษารถ มีความชำนาญระบบกลไก ของรถ อาจลักลอบทำกุญแจผี หรือทำลายระบบกันขโมย แล้วติดตามไป โจรกรรมรถของท่านในภายหลัง จึงควรระมัดระวัง
- ควรอยู่ดูแลการซ่อมหรือการบริการอื่นๆ อย่างใกล้ชิด
- หากจำเป็นต้องทิ้งรถไว้ให้ซ่อม หรือบำรุงรักษา จะต้องเป็น ผู้คุ้นเคยหรือ ไว้ใจได้เท่านั้น

กุญแจรถ เรื่องสำคัญ :

มีรถบางชนิด ใช้กุญแจรถดอกเดียวกัน สำหรับเปิดประตู ติดเครื่องยนต์ เปิดลิ้นชัก และฝาน้ำมัน ดังนั้นเมื่อ ฝาน้ำมันหาย อาจเป็นไปได้ว่าคนร้าย ได้นำไปเพื่อทำแบบ สร้างกุญแจปลอม สำหรับ นำมาใช้ในการโจรกรรม ฉะนั้น หากฝาถังน้ำมันหาย ควรรีบเปลี่ยนกุญแจที่ใช้กับรถเสียใหม่ โดยใช้กุญแจที่ใช้ เฉพาะแห่งเท่านั้น และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ระวังการใช้อุปกรณ์กันขโมย :

มื่อติดตั้ง อุปกรณ์กันขโมยแล้ว การใช้อุปกรณ์ ต้องเก็บเป็นความลับเฉพาะ ผู้ที่ไว้ใจได้ เพราะอุปกรณ์บางอย่างใช้รหัสเฉพาะ หรือ สัญญาณรีโมทการไปจอดรถ ในที่ต่างๆ จึงควรระวังคนร้าย อาจคอยสังเกตวิธีการ ใช้อุปกรณ์กันขโมย ของท่านและ ติดตามไปหาโอกาสโจรกรรมรถของท่านภายหลัง

รถคุณถูกติดตามจะทำอย่างไร :

กรณีสังเกตรู้ว่ามีผู้ขับรถติดตามรถท่าน ให้สันนิษฐานว่าเป็นคนร้ายไว้ก่อน เพราะอาจตามไปฉวยโอกาสขโมยรถ เมื่อท่านจอดรถทิ้งไว้ในที่ไม่ปลอดภัย หรืออาจประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของท่าน ดังนั้น เมื่อรู้ว่าถูกติดตาม จึงควรป้องกันโดยพยายามขับรถ เข้าไปในเขตชุมชน ขอความ ช่วยเหลือ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน

จดจำตำหนิรูปพรรณ :

ท่านควรจดจำ ข้อมูล รายละเอียด เกี่ยวกับรถของท่านไว้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะตำหนิรูปพรรณ พิเศษอื่นๆ โดยถ่ายเอกสารทะเบียนรถเก็บไว้ รวมทั้ง ถ่ายรูปรถของท่าน ให้ปรากฏรอยตำหนิพิเศษ เก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน กรณีรถหาย จะได้นำมาแจ้ง ให้ตำรวจตรวจสอบ สกัดจับได้อย่างรวดเร็วทันการณ์ หากรถของท่าน ยังไม่มีตำหนิ ควรทำขึ้นไว้ในจุดที่ผู้อื่นไม่สามารถ สังเกตเห็น และจดจำ ไว้ให้แม่นยำ

รถจักรยานยนต์ต้องล็อคล้อล่ามโซ่ :

เนื่องจาก มีสถิติ รถจักรยานยนต์ หายมากที่สุด เพราะคนร้าย ขโมยไปได้ง่าย หรือยกขึ้น รถอื่น ได้สะดวก การจอด รถจักรรถยนต์ นอกจากจะ ล็อคกุญแจคอ กุญแจล้อแล้ว ควรล่ามโซ่ ไว้ให้แข็งแรงด้วย และอย่าจอดทิ้งไว้ ในที่เปลี่ยวหรือที่ลับตา

แนะนำบริการที่เกี่ยวข้อง

แนะนำสินค้าและบริการเกี่ยวกับยานยนต์

บทความที่เกี่ยวข้อง

About Mr. Service

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>


Scroll To Top